กลับสู่ด้านบน

สามารถพบกับคาร์ซัมได้ที่ประเทศต่อไปนี้

ทำไมไม่ควรชาร์จมือถือในรถ
11/01/2019
แท็ก: gobear, Tips, รถยนต์



เพื่อน คงเคยเห็นข่าวอุบัติเหตุระเบิดหรือไฟไหม้จากการชาร์จมือถือในรถกันมาบ้างใช่ไหมครับ แม้ว่าอันตรายจากเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่จำนวนคนที่ชาร์จมือถือในรถนั้นมีเป็นจำนวนมาก วันนี้พี่หมี GoBear จะพาไปล้วงลึกถึงสาเหตุกันก่อนว่า เหตุใดจึงไม่ควรชาร์จมือถือในรถ และหากจำเป็นจะต้องชาร์จจริงๆ ควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้างเพื่อให้เพื่อนๆสามารถชาร์จแบตมือถือในรถได้อย่างปลอดภัยครับ 

 


เหตุใดการชาร์จมือถือในรถ จึงทำให้เกิดอันตรายได้ 

ตามปกติแล้วระบบไฟฟ้าในรถยนต์จะต้องผ่านฟิวส์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรขึ้นครับ หากเราชาร์จแบตจนเต็มแล้วยังไม่เอาออก หรืออุปกรณ์ชาร์จไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ฟิวส์ขาด หรือหนักกว่านั้นคืออุปกรณ์ชาร์จเกิดการหลอมละลายทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ลามไปจนถึงเกิดไฟไหม้รถได้เลยครับ 

 

ชาร์จมือถือในรถ แบตเสื่อมจริงหรือไม่ 

กรณีนี้ต้องแยกกันก่อนระหว่างแบตเตอรีรถยนต์ และแบตโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็อาจเกิดผลเสียได้กับทั้ง 2 อย่างครับ 

  • เริ่มกันที่แบตเตอรีรถยนต์ปกติแล้วระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรีรถยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี แต่การที่เราชาร์จแบตมือถือในรถจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรีรถยนต์ลดลงเหลือประมาณ 15-18 เดือน และเมื่อแบตเสื่อม ก็จะทำให้สตาร์ทรถติดยากขึ้นนั่นเองครับ โดยเฉพาะหากเรามีการใช้งานโทรศัพท์มือถือระหว่างที่กำลังชาร์จอยู่ โทรศัพท์จะดึงกระแสไฟฟ้าจากรถยนต์มาใช้เป็นจำนวนมาก ทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นครับ 

 

  • แบตโทรศัพท์มือถือส่วนมากแล้วเราจะทำการชาร์จผ่าน USB ในรถ หรือไม่ก็ที่จุดบุหรี่ในรถ ซึ่ง USB ในรถนั้นถูกออกแบบมาให้จ่ายกระแสได้น้อย อยู่ที่ราวๆ 0.5A เพื่อเอาไว้เสียบ USB ไดร์ฟ หรือโทรศัพท์มือถือเพื่อฟังและดาวน์โหลดเพลง มากกว่าจะไว้ใช้สำหรับชาร์จแบตโดยตรง จึงทำให้ชาร์จช้ากว่าการเสียบที่จุดบุหรี่มาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโทรศัพท์มือถือของเพื่อนๆมีขนาดใหญ่ หรือเป็นแท็บเล็ตแล้วก็จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ เพราะกระแสไฟฟ้าที่ถูกปล่อยผ่านที่จุดบุหรี่นั้นสามารถจ่ายไฟได้ถึง 1A หรือ 2.1A ซึ่งมีปริมาณมากพอจะไปเลี้ยงแบตเตอรี่มือถือได้ อย่างไรก็ตามระบบไฟฟ้าที่ถูกจ่ายผ่านแบตเตอรี่รถยนต์นั้นค่อนข้างจะผันผวนไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดการกระชากเมื่อระบบแอร์ทำงาน หรือหยุดชะงักได้ 

 

ชาร์จแบตในรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย 

  • อุปกรณ์สำหรับชาร์จควรเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เช่น ทำจากพลาสติกเกรด A ไม่มีรอยต่อ 
  • ไม่ควรเสียบตัวพ่วง USB คาไว้ที่ช่องจุดบุหรี่ในรถ ควรถอดออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งานหรือมีการดับเครื่องยนต์
  • ไม่ควรเปิดอุปกรณ์ในรถพร้อมกันหลายอย่างขณะที่ชาร์จมือถือในรถเพราะจะทำให้เพิ่มโอกาสที่แรงดันในรถไม่สม่ำเสมอมีสูง อาจเกิดไฟกระชากได้ 
  • ไม่ควรชาร์จขณะสตาร์ทเครื่อง เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้ามือถือมากเกินไป เกิดการกระชากไฟได้ ทางที่ดีควรสตาร์ทรถ เปิดแอร์ รอให้รถเคลื่อนตัวสักเล็กน้อย แน่ใจว่ากระแสไฟคงที่แล้วจึงค่อยเสียบสายชาร์จครับ 
  • พกแบตเตอรีสำรองติดไว้ แล้วชาร์จจากแบตเตอรีสำรองแทนการชาร์จในรถโดยตรงครับ

 

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเทคนิคการชาร์จมือถือในรถให้ปลอดภัยที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งจริงๆแล้วหากเป็นไปได้ พี่หมีแนะนำว่าเพื่อนๆควรจะพกแบตเตอรีสำรองติดกระเป๋าหรือติดตัวไว้และชาร์จผ่านแบตเตอรีสำรองแทน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรวางแบตเตอรีสำรองทิ้งไว้ในรถนะครับ เพราะโอกาสเกิดอันตรายจากการที่แบตเตอรีสำรองจะระเบิด เมื่อเราจอดรถตากแดดทิ้งไว้นานๆก็มีสูงเช่นกัน เนื่องจากสารลิเธียมในแบตเตอรี่เป็นโลหะที่ไวต่อปฏิกิริยาทางเคมี เมื่อรถเราร้อนมากๆ อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริรยาลัดวงจรได้ครับ 

และทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับรถของเรา เพื่อนๆควรทำประกันรถยนต์ไว้ด้วยนะครับ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เรายังสามารถขอเคลมประกันรถยนต์ได้  จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ หรือรักษาความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไงล่ะครับ 

 

 

บทความโดยนันทรัช ชมภูแสง GoBear 

 

 

 

 


อินเทรนด์

13/07/2017
แท็ก: Cars, Selling, ขายรถ, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
12/07/2017
แท็ก: Cars, Test Drive, ขายรถ, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
10/07/2017
แท็ก: Cars, Myths vs Facts, News, ขายรถ, รถยนต์, เรื่องลึกลับ
19/07/2017
แท็ก: Car Types, Cars, Selling, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
20/07/2017
แท็ก: Cars, Test Drive, Tips, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์