กลับสู่ด้านบน

สามารถพบกับคาร์ซัมได้ที่ประเทศต่อไปนี้




ขับรถ

21/07/2017
  สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในยามฝนตกสิ่งที่หวาดระแวงมากที่สุดนอกจากถนนที่ลื่นแล้วก็คือ “โค้ง” นี่แหละ เพราะเมื่อถนนลื่นมาคอมโบกับโค้ง การควบคุมรถก็ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย และเพื่อความไม่ประมาท Carsome Thailand ได้ลองจัดอันดับ “7 โค้งอันตรายทั่วกทม. ใครขับผ่านต้องระวัง” มาให้ท่านผู้อ่าน จะมีโค้งไหนบ้าง ไปดูกันเลย!   อันดับ 1 โค้งหน้าศาลอาญา ถนนรัชดา     โค้งนี้มีชื่อเรียกเล่นๆว่า “โค้ง 100 ศพ” แค่นี้ก็สามารถการันตีความเฮี้ยนของโค้งนี้ได้แล้ว โค้งแห่งนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครัง โดยส่วนใหญ่จะผู้เคราะห์ร้ายนั้นจะเสียชีวิตบนเกาะกลางถนน และแทบทุกคันจะชนเข้ากับ "ต้นโพธิ์" ที่อยู่ตรงทางโค้งนี้ จนมีคนนำตุ๊กตาม้าลายและน้ำแดงจำนวนมากไปวางไว้บริเวณดังกล่าวจนแน่นไปหมด แต่ในปัจจุบันทางกรุงเทพมหานครฯได้ทำการรื้อศาลดังกล่าวไปแล้ว   ว่ากันว่าถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่นักดื่มทั้งหลายขับผ่านหลังจากออกจากสถานบันเทิง เพราะความเมาบวกกับความเร็ว สูง เนื่องจากถนนค่อนข้างกว้างและเรียบ… อ่านเพิ่มเติม »

17/07/2017
  ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน เรียกได้ว่าพระพิรุณทำงานอย่างขยันขันแข็งเลยทีเดียว หลายท่านคงชอบบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนและอากาศเย็นๆ แต่หลายท่านโดยเฉพาะผู้ใช้ท้องถนนคงไม่ชอบสักเท่าไรเพราะนอกจากรถจะติดแล้วถนนยังลื่นทำให้ยากต่อการควบคุมรถ เผลอๆหากปล่อยใจลอยแม้เพียงนิดเดียวอุบัติเหตุก็คงจะเกิดขึ้นได้ในทุกวินาที แถมระวังแค่ตัวเองอาจจะไม่พอ ต้องคอยระวังรถคันอื่นอีก!! วันนี้ Carsome Thailand จะมาแนะนำ 5 พระเครื่องที่ควรห้อยเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยดีกว่า!     อันดับ 1 หลวงปู่ทวด     หากถามคนทั่วไปว่าพระองค์ใดให้คุณในด้านปกปักษ์รักษา แคล้วคลาดปลอดภัย กว่า 90% จะตอบว่า ‘หลวงปู่ทวด’ แน่นอน หลวงปู่ทวดคือใคร? ตามประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง   ส่วนในเรื่องของปาฏิหารย์สำหรับผู้ที่ห้อยนั้นก็มีออกข่าวมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น “ปิกอัพฝ่าที่กั้น รถไฟชนกระเด็น คนขับไร้รอยขีดข่วนเพราะห้อยหลวงปู่ทวด” , “ฮ.ตก… อ่านเพิ่มเติม »

02/08/2017
หลายคนอาจจะทำรถให้เป็นที่เก็บของ และส่วนใหญ่ก็อาจจะเป็นของไม่จำเป็นซะด้วย เพราะฉะนั้นเรามาอัพเดทกันดีกว่า ว่าไอเทมอะไรบ้างนะที่รถของเราจะขาดไม่ได้เด็ดขาด! ไปดูกันเลยค่ะ   กรวยขวางถนนหรือสัญญาณสะท้อนแสง ในขณะที่จอดรถเสียไว้ข้างถนน เราไม่สามารถทำอะไรได้มากทั้งยังเป็นอันตราย อาจมีรถอีกคันหนึ่งที่ไม่ดูตาม้าตาเรือวิ่งเข้ามาชนได้ง่าย ๆ ยิ่งถ้าเป็นเวลากลางคืนด้วยแล้วไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีรถจอดทิ้งไว้ในที่ ๆ ไม่สมควรจอด เหมือนที่เราเห็นในคลิปวีดีโอต่าง ๆ ดังนั้นหากเรามีกรวยสะท้อนแสง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่พอจะทำให้มองเห็น และสามารถสะท้อนแสงได้ในยามค่ำคืน จะช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้   ยางอะไหล่พร้อมแม่แรง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องติดไว้ประจำในรถเสมอ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าทำไม ก็เพราะเวลายางรั่ว ยางแบน ยางระเบิด จะได้เปลี่ยนได้ทันที กลับบ้านปลอดภัย หายห่วงไงละ   สายจั้มแบตเตอรี่รถยนต์ สายจั้มแบตเตอรี่ หรือ สายต่อพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ ในวันที่ต้องทำงานทั้งวัน แสนจะเหน็ดเหนื่อย แต่เมื่อมาถึงรถแล้วสตาร์ทรถกลับพบว่าไม่สามารถติดเครื่องได้… อ่านเพิ่มเติม »

03/08/2017
เคยสงสัยหรือไม่ว่า เดือนๆหนึ่งเราหมดเงินไปกับค่าบำรุงรักษาหรือค่าน้ำมันรถไปเท่าไร? แล้วทำอย่างไรล่ะถึงจะประหยัดได้ วันนี้ Carsome Thailand มีทริคเล็กๆน้อยๆมาฝาก ว่าด้วย "ขับรถอย่างไรให้ประหยัด" จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ   ‘น้องเต็มถัง’ ถือเป็นคำต้องห้าม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เวลาเติมน้ำมันมักบอกว่า ‘น้อง! เต็มถัง!’ ก่อนจะกระหยิ่มยิ้มย่องว่าเติมเต็มถังแล้วจะได้ไม่ต้องเติมอีกบ่อยๆ บอกเลยว่าคุณคิดผิด! ‘ เนื่องจากการเติมน้ำมันเต็มถังจะทำให้แรงดันในถังมีเยอะ เมื่อแรงดันในถังเยอะ ก็หมายความว่า น้ำมันที่ถูกดูดไปใช้จะไม่ลดลงและยังช่วยรักษาปั้มเชื้อเพลิงที่อยู่ในถังไม่ให้ร้อน ซึ่งจะทำให้เสียหายเร็วกว่าอายุการใช้งานทั่วไป และยังไม่นับน้ำมันที่ระเหยออกมาอีก เรียกว่าไม่คุ้ม   หมั่นตรวจสอบลมยาง  หมั่นตรวจสอบลมยางสักหน่อย แม้จะเสียเวลาอีกนิดแต่ก็ช่วยให้คุณประหยัดขึ้นอีกหน่อย เนื่องจากยางที่มีลมยางอ่อนจะมีแรงเสียดทานมากกว่ายางที่ได้เติมลมพอดี ซึ่งยางที่มีลมยางอ่อนเกินไปจะมีแต่ทำให้ศูนย์เสียพลังงานโดยใช่เหตุ   อย่าออกรถเร่งเต็มที่หลังสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ๆ  ตามหลักความจริงแล้วเราควรวอร์มเครื่องยนต์ก่อนออกสู่ถนนประมาณ 3 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องเข้าไปหล่อลื่นอย่างเต็มที่เสียก่อน ซึ่งช่วยลดการสึกหรอของการเสียดทานอุปกรณ์ต่างๆภายในเครื่องยนต์ หากเราสตาร์ทเครื่องแล้วเร่งตัวออกรถเลยจะทำให้น้ำมันยังไปไม่ทั่วถึง… อ่านเพิ่มเติม »

17/08/2017
           หากจะพูดถึงเรื่องการเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์ หากคุณกำลังมีความคิดที่ว่า “ทำประกันรถยนต์แล้ว จะเคลมเท่าไหร่ก็ได้” เราอยากให้คุณเบรกความคิดนี้ไว้ก่อนเลยค่ะ แม้ว่าประกันรถยนต์ที่คุณทำจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองแทบจะทุกกรณี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การเคลมประกันรถยนต์แต่ละครั้งจะไม่ส่งผลเสียตามมานะคะ          นั่นเพราะการเคลมประกันรถยนต์แต่ละครั้งนั้น จะถูกบันทึกไว้เป็น “ประวัติการขับขี่” ของคุณ และหากคุณไม่อยากให้ประวัติการขับขี่ของคุณเต็มไปด้วยประวัติการเคลม หรือประวัติการเกิดอุบัติเหตุล่ะก็ คุณควรหลีกเลี่ยงการเรียกเคลมประกันรถยนต์บ่อยๆให้มากเลยค่ะ และหากใครที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าการที่เราเคลมประกันภัยรถยนต์บ่อยๆ จะส่งผลกับเราได้อย่างไรบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมผลกระทบที่เกิดจากการเรียกเคลมประกันรถยนต์บ่อยๆมาให้แล้วค่ะ   เคลมประกันภัยรถยนต์บ่อยๆ ส่งผลอย่างไรบ้าง ไม่ได้รับส่วนลดประวัติดี             บริษัทประกันภัยรถยนต์หลายแห่งมีการให้ ส่วนลดค่าเบี้ยประกันประวัติดี ให้แก่ลูกค้าหากในปีที่ผ่านมาคุณไม่มีการเรียกเคลมประกันรถยนต์เลย หรือเป็นการเรียกเคลมที่คุณเป็นฝ่ายถูก… อ่านเพิ่มเติม »

18/08/2017
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้พี่หมีมีเทคนิคดีๆเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ โดยเฉพาะ “แอร์รถยนต์” มาฝากเพื่อนๆกันครับ เพื่อนๆจำเป็นต้องดูแลแอร์รถยนต์เนื่องจากอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากช่องแอร์ได้ และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญของการดูแลแอร์รถยนต์ก็คือ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น สงสัยใช่ไหมครับว่า จะทำให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างไรกันล่ะ ถ้าเรากำจัดฝุ่นและเศษต่างๆในแอร์รถยนต์ออกได้ ก็จะส่งผลให้แอร์ทำงานได้ดีขึ้นและเครื่องยนตร์ไม่ต้องทำงานหนัก จึงทำให้รถยนต์ของเพื่อนๆประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นนั่นเอง แต่เพื่อนๆทราบไหมครับว่า เราสามารถล้างแอร์รถยนต์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเอาเข้าอู่หรือจ้างช่างมาล้างก็ได้นะเนื่องจากการล้างแอร์รถยนต์ทำเองได้ไม่ยาก รวมถึงขั้นตอนการล้างมีเพียงแค่ 5 ขั้นตอนเท่านั้น มีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่าครับ   ขั้นตอนที่ 1 : ถอดชิ้นส่วน ขั้นตอนแรกคือการถอดชิ้นส่วนของแอร์รถยนต์ ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆเข้าถึงภายในของเครื่องปรับอากาศและสามารถทำความสะอาด เช่น ปัดฝุ่น เช็ดฝุ่น ถอดท่อ ตัวทำความเย็น เครื่องคอนเดนเซอร์ที่ทำหน้าที่ระบายความร้อน หรือชิ้นส่วนอื่นๆที่มีสิ่งสกปรกเกาะแน่น   ขั้นตอนที่ 2 : ปัดฝุ่น เมื่อเราถอดชิ้นส่วนของแอร์รถยนต์ออกมาแล้ว… อ่านเพิ่มเติม »

06/08/2017
สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ วันอาทิตย์แบบนี้เรามาอ่านทิปส์ดูแลรถดีๆกันดีกว่า เกี่ยวกับ 4 เรื่องเข้าใจผิดที่มักทำร้ายรถ!! Carsome Thailand ทราบดีค่ะ ว่ารถใครใครก็รักและอยากดูแลให้ดีทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าบางเรื่องที่เราทำไปเพราะเข้าใจว่าเป็นวิธีดูแลรักษาที่เหมาะสม แต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านั้นอาจทำร้ายรถโดยที่เราไม่รู้มาก่อน ว่าแต่มันจะมีอะไรบ้างนั้ ไปลองดูกันเลยค่ะ!   เร่งเครื่องไม่รอจังหวะรถ เรื่องนี้เนี่ย เพราะความใจร้อนเป็นเหตุล้วนๆเลย ขอเดาว่าผู้ขับขี่รถทุกท่านมักจะติดการเร่งเครื่องโดยไม่รอจังหวะรถ ซึ่งคุณอาจจะไม่ได้คิดว่านั่นคือการทำร้ายรถอย่างหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการขับรถแบบนี้จะส่งผลให้เครื่องยนต์พังเร็ว เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร!   เติมน้ำมันเครื่องซี้ซั้ว! การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือทุกๆ 8,000 – 10,000 กม. เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว แต่เรื่องการเลือกน้ำมันเครื่องนี่สิที่เป็นประเด็น หลายคนไม่รู้ว่าจะเลือกน้ำมันเครื่องยี่ห้อไหน แบบใด ก็เลยเลือกตามที่ได้ยินมาว่ายี่ห้อนี้ดี หรือใช้ตรรกะว่ายิ่งแพง น่าจะยิ่งดี ทั้งที่จริงๆ แล้วน้ำมันเครื่องที่ราคาแพงหรือคนอื่นบอกว่าดีนั้น อาจจะไม่ได้เหมาะกับเครื่องยนต์ของรถตัวเองก็ได้!  … อ่านเพิ่มเติม »

07/08/2017
สวัสดีค่ะ สุดสัปดาห์นี้เราก็จะมีวันหยุดกันอีกแล้ว วันแม่แห่งชาตินั่นเองค่ะ ทุกท่านมีแพลนจะพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหนรึยังเอ่ย? แต่เดี่ยวก่อน ก่อนออกทริปหน้าฝน มาเช็คกันก่อนดีกว่าว่าเราไม่ได้ลืมสิ่งเหล่านี้ใช่ไหม? เพราะถ้าลืมไปล่ะก็ทริปนี้อาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้นะคะ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย!   ที่ปัดน้ำฝนไม่ควรมองข้าม เรื่องของทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการขับรถยนต์ถ้ามองทางไม่ชัดเจนอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ยิ่งช่วงฝนตกยิ่งทำให้การมองทางของผู้ขับขี่ยิ่งแย่ใหญ่ การมีใบปัดน้ำฝนที่ยังคงทำงานดีอยู่จะช่วยทำให้คุณอุ่นใจในเรื่องการขับขี่ได้มากทีเดียว   ยางรถยนต์ยิ่งห้ามลืม เมื่อฝนตกถนนจะลื่นมาก ถ้าดอกยางของคุณไม่ดีล่ะก็ จะไม่เกาะถนนเลย ทำให้เกิดการลื่นไถลและควบคุมรถไม่ได้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน ต้องหมั่นตรวจสอบลมยางและเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกทริปอยู่เสมอ การเช็คสภาพยางรถยนต์ก็ไม่ยาก ถ้าดอกยางรถยนต์ของคุณมีความลึกต่ำกว่า 3 มิลลิเมตรก็หมายความว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้วล่ะค่ะ   ระบบไฟยิ่งสำคัญ เมื่อฝนตกถนนจะลื่นมาก ถ้าดอกยางของคุณไม่ดีล่ะก็ จะไม่เกาะถนนเลย ทำให้เกิดการลื่นไถลและควบคุมรถไม่ได้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน   ระบบเบรคก็ต้องเช็คด้วย อย่าลืมว่าเวลาฝนตกนั้น มีหลายครั้งทีเดียวที่เรามีความจำเป็นต้องเบรกฉุกเฉิน ซึ่งถนนเปียก ๆ แบบนี้… อ่านเพิ่มเติม »

16/08/2017
‘เบรกแตก’ คือปัญหาน่ากลัวที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอ เพราะเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วรถของคุณจะน่ากลัวยิ่งกว่าม้าพยศเลยทีเดียว แล้วยิ่งมาเบรกแตกเอากลางถนนนั่นดูจะเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่ทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยใช่ไหมคะ? แล้วถ้าเบรคแตกขึ้นมาเราควรจะทำยังไงล่ะ? ไปดูกันเลย!   บีบแตร! สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่ดึงเบรกมือ แต่ควรดึงสติจับพวงมาลัยให้มั่น ก่อนจะบีบแตรยาวๆ เพื่อให้เพื่อนร่วมถนนรับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์แย่ๆขึ้นแล้วสิ จากนั้นพาตัวรถไปอยู่เลนซ้ายถ้ามีที่ว่างเพียงพอ ระวังอย่าไปตัดหน้ารถคันอื่นเข้า   ถอนคันเร่ง พร้อมผ่อนเกียร์ต่ำ สำหรับรถเกียร์ธรรมดา เหยียบคลัทช์ ลดตำแหน่งเกียร์ ส่วนในเกียร์อัตโนมัติจากเกียร์ที่ใช้อยู่คือเกียร์ D ให้ปรับจากเกียร์ D ไป S หากรถปรับระดับความเร็วแล้วได้ประมาณ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ให้ปรับจาก S ไปที่เกียร์ L พูดง่ายๆ ว่าให้ปรับเกียร์ต่ำลงเป็นระยะๆ ตามความเร็วรถนั่น จำไว้ว่าห้ามเปลี่ยนมาเป็น L ทันทีโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะพบว่าเครื่องยนต์พังก็เป็นไปได้… อ่านเพิ่มเติม »

24/08/2017
เพราะโทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์สื่อสารที่จำเป็นสำหรับทุกคนในปัจจุบันที่ขาดไม่ได้เลย บ่อยครั้งที่เห็น คนชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือบนรถยนต์ซึ่งเป็นอีกตัวช่วยเมื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหนเพราะสะดวก และช่วยให้ไม่ขาดการติดต่อถ้าเกิดแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหมด ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัย เอ๊ะ! แล้วถ้าเราชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือบนรถ จะส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมได้หรือไม่!? อันที่จริงแล้ว ที่บอกว่าชาร์จมือถือในรถแล้วแบตมือถือจะเสื่อม จริงๆไม่ใช่แบตมือถือหรือกค่ะที่จะเสื่อม แต่มันคือแบตรถยนต์เราต่างหาก!!  เป็นไปได้ที่แบตเตอรี่รถยนต์มีความเสี่ยงที่จะเสื่อมได้ แต่ก็ไม่ใช่เพราะการที่เราชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือกับรถยนต์เป็นประจำ อาจจะด้วยสาเหตุอื่นๆด้วย การที่เราชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือในรถยนต์ก็เหมือนเราดึงไฟมาปกติเหมือนกับเวลาที่เราเปิดวิทยุ,เปิดโทรทัศน์,เปิดแอร์ในรถยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมหากมีการใช้งานแบบนี้ไปนานๆ สำหรับวิธีป้องกันทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือไม่ให้เสื่อมไวคือให้ใช้ที่เก็บแบตเตอรี่สำรองเป็นตัวกลาง โดยให้เสียบแบตเตอรี่สำรองกับรถแล้วชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจากแบตเตอรี่สำรองอีกที อาจจะดูยุ่งยากหน่อยแต่น่าจะเป็นวิธีช่วยยืดอายุการทำงานของแบตเตอรี่ทั้งคู่ได้อยู่ แต่วิธีนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าช่วยได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทางที่ดีที่สุดคือสายชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือในรถยนต์ควรซื้อแบบที่ได้มาตรฐาน แม้ของแท้จะแพงแต่ก็น่าจะช่วยยืดอายุการทำงานแบตเตอรี่ได้ทั้งสองอย่างคือโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ ดีกว่าซื้อของปลอมไม่มีมาตราฐานแล้วต้องมากังวลเสี่ยงว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือจะพังหรือเปล่า แล้วส่งผลให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมหรือไม่ถ้าใช้สายชาร์ตที่ไม่ดี    อย่างที่รู้ไปแล้ว ระวังนะคะ ชาร์ตแบตมือถือในรถอาจจะทำให้แบตรถเสื่อมจนต้องขายรถทิ้งได้นะคะ      อ่านเพิ่มเติม »

อินเทรนด์

13/07/2017
แท็ก: Cars, Selling, Buying a Car, ขายรถ, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
12/07/2017
แท็ก: Buying a Car, Cars, Test Drive, ขายรถ, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
10/07/2017
แท็ก: Cars, Myths vs Facts, News, ขายรถ, รถยนต์, เรื่องลึกลับ
19/07/2017
แท็ก: Buying a Car, Car Types, Cars, Selling, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์, เคล็ดลับ
20/07/2017
แท็ก: Buying a Car, Cars, Test Drive, Tips, ซื้อรถ, รถมือสอง, รถยนต์