10 รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ปี 2022 รุ่นไหนดี? ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้

10 รถยนต์ประหยัดน้ำมัน

รถยนต์ประหยัดน้ำมันเป็นรถที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดมาก เนื่องจากในปัจจุบันราคาน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย การหันมาใช้รถประหยัดน้ำมันจึงตัวทางเลือกที่ดีที่สุดของผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ในการใช้งานที่จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ที่สำคัญก่อนทำการตัดสินใจซื้อขอให้ทุกคนลองพิจารณาหลาย ๆ รุ่น เพื่อทำการเปรียบเทียบถึงฟังก์ชันและราคาแต่ละรุ่นด้วย สำหรับรถยนต์ประหยัดน้ำมัน ในปี 2022 ที่เรานำมาฝากนั้นจะมีรุ่นใดที่น่าสนใจบ้าง ก็ไปติดตามกันได้เลยค่ะ

ซื้อรถยนต์มือสองกับ  Carsome.co.th การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 5 วัน
นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th

CTA Carsome รถมือสอง

สารบัญ

10 รถยนต์ประหยัดน้ำมัน

10 รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ในปี 2022

1. Suzuki Swift 2021

Suzuki Swift 2021

รถยนต์ Eco Car รุ่นยอดนิยมที่ประหยัดน้ำมันสุด ๆ รวมไปถึงดีไซน์ที่โดดเด่น โดนใจ สำหรับ Suzuki Swift รุ่นใหม่นี้ได้มีการเพิ่มดีไซน์ของไฟหน้าซึ่งในรุ่น GL จะเป็นไฟหน้าฮาโลเจนมัลติรีเฟลคเตอร์ และรุ่น GLX  – ไฟหน้าจะเป็นแบบ LED Projector ช่วยเพิ่มการส่องสว่างมากขึ้นกว่าไฟอื่น ๆ ทั่วไป ทำให้ขับรถในช่วงกลางคืนได้สะดวกขึ้น อีกทั้งยังรุ่นนี้ก็ยังมีฟังก์ชันครบครัน ที่สำคัญกุญแจยังเป็นระบบ Keyless Entry ทำให้เปิด-ปิดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท เสริมให้ตัวรถดูหรูหราขึ้น และยังประหยัดน้ำมันได้มากถึง 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 เหมาะสำหรับเป็น Car City ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้เป็นอย่างดี 

 

2. MG HS PHEV

MG HS PHEV

รถยนต์สำหรับยุคประหยัดน้ำมันที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ รถยนต์จากค่าย MG ซึ่งรุ่นนี้เป็นรถยนต์เอสยูวีขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริดระดับเรือธงจาก MG มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่ทาง MG เคลมไว้ว่ามีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 65 กม./ลิตร จากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 120 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ เมื่อเครื่องยนต์ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้กำลังรวมสูงสุด 284 แรงม้า 480 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 16.6 kWh เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจะให้ระยะทางไกลสุด 67 กม. อีกทั้งยังขับได้นุ่ม มีดีไซน์สะดุดตา ห้องโดยสารที่ดูหรูหรา ใครมีมองหารถยนต์ไฮบริด รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ

3. Toyota C-HR

Toyota C-HR

Toyota C-HR รุ่นนี้เป็นรถ Crossover SUV ขนาดเล็ก 5 ที่นั่งที่มาพร้อมกับการออกแบบภายใต้แนวการสร้างยนตกรรมที่ดียิ่งกว่า มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ สปอร์ต เฉียบคม และมีความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่, โครงสร้าง TNGA, Toyota Safety Sense และ Telematics ที่สำคัญยังผสมผสานความอเนกประสงค์ของตัวรถเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมขุมกำลังไฮบริดเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เรียง 1.8 ลิตร ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า แบตเตอรี่ไฮบริด อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันให้คุณได้สูงสุดถึง 24.4 กม. / ลิตร และยังป็นรถยนต์รุ่นเดียวที่ได้รางวัลรองรับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชน (ASEAN N CAP) เรียกได้ว่ารุ่นนี้จัดเต็มทุกฟังก์ชันอย่างครบครันมาก ๆ ค่ะ

 

4. Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e-HEV

สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่นนี้ถือว่าเป็นรถยนต์แบบไฮบริด sport i-MMD ภายใต้ระบบ e:HEV ที่มีจุดเด่นสำคัญในเรื่องการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีความประหยัดสูงมาก ถึง 25.6 ก.ม./ลิตร  เป็นระบบ ฟูลไฮบริด ที่ทำให้รถยนต์ประหยัดพลังงานมากขึ้น และที่สำคัญยังปล่อยไอเสียเพียง 94 กรัม ต่อกิโลเมตรเท่านั้น ตามการทดสอบของภาครัฐ ทำให้ถือว่าเป็นรถที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังมีกว้างขวางสะดวกสบายและมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับพรีเมียม อย่าง ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทั้งไลน์อัปอีกด้วย

 

5. Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander PHEV มาพร้อมกับห้องโดยสารขนาดใหญ่สไตล์พรีเมียม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และมอเตอร์เพลาล้อหน้า-หลัง มอบกำลังรวมสูงสุด 305 แรงม้า กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 13.8 kW ที่วิ่งด้วย โหมด EV ซึ่ง Mitsubishi ได้เคลมว่าสามารถทำระยะทางได้ 55 กม. และสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 135 กม./ชม. ที่สำคัญทาง Mitsubishi ยังเผยว่ารถรุ่นนี้จะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 52 กิโลเมตร/ลิตร อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดการขับเคลื่อน 3 แบบ ที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติ ปรับได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ EV Mode โหมดการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียว ๆ  Series Hybrid Mode ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าผสานเครื่องยนต์ช่วยเสริมกำลัง และ Parallel Hybrid Mode โหมดขับเคลื่อนกำลังสูงสุด แสดงผลตอนเร่งแซงหรือขึ้นเขา 

นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th
CTA Carsome รถมือสอง

6. Toyota Corolla Cross Hybrid

Toyota Corolla Cross Hybrid

Toyota Corolla Cross Hybrid รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA-C ร่วมกับ Corolla Altis โฉมปัจจุบัน รวมถึง C-HR ภายนอกได้รับการออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยว แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร โดยเป็นระบบไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ถูกพัฒนาในส่วนแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทนทาน มีความประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ที่สำคัญยังใช้เครื่องยนต์เบนซินผสานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์ E-CVT และแบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮดราย ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 122 แรงม้า และยังมีจุดเด่นของพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ถึง 487 ลิตร ทำให้จุสัมภาะระได้มากขึ้นด้วย

 

7. Mazda2 Hatchback 1.3 XDL Sports 

Mazda 2

สำหรับ Mazda 2 Hatchback 1.3 XDL Sports รุ่นนี้มาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกที่เรียบแต่ยังคงความหรูหรา มีความโดดเด่นในเรื่องเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ  4 สูบ 16 วาล์ว 1.5 ลิตร เสริมเทอร์โบ 77 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร โดยให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 26.3 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งให้การประหยัดที่เหนือกว่ารถ Eco Car เครื่องยนต์เบนซิน แถมมีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก ที่สำคัญยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เทคโนโลยีเฉพาะของมาสด้าที่ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้ทั้งความสะดวกสบายในการใช้งานที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกันด้วย

 

8. Haval Jolion Hybrid

Toyota C-HR

Haval Jolion Hybrid เป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 จากเครือ GWM Thailand มาพร้อมกับยนตกรรมน้องใหม่จากประเทศจีน ซึ่งยังเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กพิกัด B-SUV ที่พ่วงด้วยขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON ที่เป็นแบบเดียวกับตัว Haval H6  ในด้านขุมพลังเป็นแบบไฮบริด ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ DHT ไปยังคู่ล้อหน้า โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีระบบขับขี่ทั้งหมด 4 โหมด ได้แก่ Standard, Sport, ECO และ Rain ที่สำคัญยังมีระบบอัจฉริย (Intelligent Application) สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน โดยสามารถควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู, เปิด-ปิดระบบปรับอากาศ, ตรวจสอบสถานะหน้าต่างและหลังคาซันรูฟ, ตรวจสอบแรงดันลมยาง, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, ค้นหาตำแหน่งรถยนต์ รวมถึงระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์เพื่อควบคุมการใช้งานรถได้จากมือถือได้อีกด้วย

 

9. Volvo XC60 T8

Volvo XC60 T8

สำหรับรถ SUV สุดหรูจากยุโรปฉบับสแกนดิเนเวียนที่ขึ้นชื่อในเรื่องพละกำลังและประหยัดน้ำมัน อย่าง Volvo XC60 T8 รถยนต์ขนาดกลาง ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด รุ่นไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Geartronic แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 10.4 kWh รวมพละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร มีสมรรถนะที่สูง อัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำเพียง 43.5 กิโลเมตร/ลิตร และสามารถขับขี่ด้วย Pure Mode ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวได้ระยะทางไกลถึง 40 กม. ที่สำคัญยังมีการเพิ่มระบบกันสะเทือนและใช้ช็อกอัพ Ohlins แบบ Dual Flow Valve (DFV) ที่มีวาล์ว 2 ชุดแยกกัน ระหว่างช่วง Bump และ Rebound ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของช็อกอัพ และป้องกันการถ่ายเทความร้อนที่ส่งผลต่อแรงดันน้ำมันเมื่อมีการยืดยุบติดต่อกันเป็นเวลานาน

 

10. BMW 330e M Sport

BMW 330e M Sport

รถคอมแพกต์ซีดานสุดหรูจากค่าย BMW อย่างรุ่น BMW 330e M Sport ที่มากับเส้นสายคมชัด เสริมด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics ทั้งในส่วนด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังของตัวรถ ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin Power Turbo ที่ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร  ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 113 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร โดยให้กำลังสูงสุดถึง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร มากับฟังก์ชั่น Electric Boost ”XtraBoost ” ช่วยเค้นกำลังสูงสุดเป็น 292 แรงม้า ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 41 กิโลเมตร/ลิตร ในด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนความจุ 12 kW และวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลถึง 60 กม. เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ประหยัดน้ำมันสุดหรูที่มาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ 

 

สำหรับรถยนต์ประหยัดน้ำมัน 10 รุ่นที่นำมาฝากกันในวันนี้จะเห็นได้ว่ามีราคาให้เลือกตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนราคาแบบพรีเมียม ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นในเรื่องของดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะที่ต่างกันออกไป ทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันหลาย ๆ รุ่นที่เป็นแบบไฮบริดต่างก็มีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ในการช่วยประหยัดน้ำมัน ซึ่งหากใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ ควรวางแผนเรื่องงบประมาณให้รอบคอบ อย่าลืมว่ายังต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าประกันต่าง ๆ ด้วยนั่นเองค่ะ

อ่านบทความต่อ:

10-รถ-Eco-Car-รุ่นไหนดี-ปี-2022

แอบส่อง! Tesla Model 3 2022 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก พร้อมราคาในไทย

หากคุณกำลังสนใจจะ ซื้อรถ หรือ ขายรถ แล้วล่ะก็… ที่ Carsome เสนอราคาให้คุณได้ดีที่สุด! เรามีขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว และไม่มีขั้นตอนยุ่งยากใด ๆ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!CTA Carsome ซื้อ ขาย รถยนต์