ข้อมูลน่ารู้

เคล็ดลับออกรถปีชง พร้อมวิธีแก้ชง 2565

เนื่องจากเข้าสู่ศักราชปีใหม่แล้ว หลาย ๆ คนก็ได้ถือโอกาสนี้เป็นฤกษ์ในการเปลี่ยนรถให้กับตัวเอง ซึ่งการจะเปลี่ยนรถให้ปังรับปีใหม่ ปีชงหรือความเชื่อทางโหราศาสตร์ก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเคล็ดลับการออกรถด้วย เพราะเป็นการแก้เสริมดวง ช่วยเสริมพลังด้านดีให้กับเจ้าของรถยนต์ และช่วยปัดเป่าภัยอันตราย ในวันนี้ทาง Carsome ขอพาทุกคนไปรู้จักปีชง และเคล็ดลับพร้อมวิธีการแก้ปีชง 2565 ให้มากขึ้น เพื่อที่ได้จะออกรถแบบปัง ๆ รับปีใหม่กันทุกคนค่ะ ปีชงคืออะไร? สำหรับปีชงนั้นคือความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน โดยเกี่ยวข้องกับ “องค์เทพไท้ส่วย” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา” เป็นเทพที่ทรงอิทธิฤทธิ์และยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปีอีกด้วย ซึ่งปีชงกล่าวง่าย ๆ ก็คือปีที่ได้รับผลเสียมากที่สุดหรือจะทำอะไรก็เกิดอุปสรรค ไม่ราบรื่น ทำให้เกิดความประสบความสำเร็จได้ยาก และควรระมัดระวังการเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ด้านอุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย การเงิน การงาน และอื่น ๆ  ปีชงและปีชงร่วมประจำปี 2565 ปีชงแต่ละปีนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไปตามปีนักษัตรของปีนั้น เราไปดูกันดีกว่าว่าปีชงประจำปีเสือนั้นมีอะไรบ้าง  สำหรับโดยปีที่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลเสียมากที่สุด ชงโดยตรง (ชง 100%) ปีนี้คือ ปีวอก หรือคนที่เกิดตรงกับปี 2475, 2487, 2499, 2511, 2523, 2535, …

เคล็ดลับออกรถปีชง พร้อมวิธีแก้ชง 2565 Read More »

ฤกษ์ออกรถปี 2565 มาแล้ว! วางแผนออกรถให้ชีวิตรุ่ง

ฤกษ์ออกรถมงคล ปี 2565 มาแล้ว ใครที่กำลังจะวางแผนซื้อรถในปี 2565 นี้ มาวางแผนออกรถก่อนใครได้ที่นี่เลย! เพื่อให้การใช้รถและชีวิตรุ่งเรืองตลอดปี เพราะศาสตร์แห่งตัวเลขและวันที่นั้นมีความเชื่อว่าจะส่งอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตในหลาย ๆ แง่มุม ดังนั้น การกระทำที่สำคัญต่าง ๆ ในชีวิต เช่น การซื้อรถหรือการออกรถ ก็ควรดูวันที่มงคลและเหมาะสมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุดและกระทำในเวลาของ ‘ฤกษ์งามยามดี’ นั่นเอง ถ้าพร้อมแล้วก็ตาม Carsome มาดูฤกษ์ออกรถมงคลประจำปี 2565 กันได้เลย! ซื้อรถยนต์มือสองกับ  Carsome.co.th การันตีคุณภาพรถยนต์ ผ่านการตรวจสภาพ 175 จุด พร้อมรับประกัน 1 ปีเต็ม ราคาคงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ซื้อไปแล้วไม่พอใจ การันตีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วัน นึกถึงรถยนต์มือสองต้อง Carsome.co.th ฤกษ์ออกรถมงคลปี 2565 ความเชื่อเรื่องฤกษ์มงคล ความหมายของฤกษ์มงคล ฤกษ์ออกรถมงคลปี 2565 ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด ฤกษ์ออกรถประจำเดือน ปี 2565 10 ฤกษ์ออกรถดีที่สุด …

ฤกษ์ออกรถปี 2565 มาแล้ว! วางแผนออกรถให้ชีวิตรุ่ง Read More »

ไฟตัดหมอกคืออะไร? ใช้ตอนไหนถึงจะปลอดภัย

สำหรับไฟตัดหมอกในปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ ซึ่งมีความจำเป็นมาก โดยไฟตัดหมอกถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ที่ถูกเพิ่มเข้ามา มีส่วนช่วยในการเพิ่มทัศนวิสัยที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่ได้ดีขึ้นนั่นเอง สำหรับในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องไฟตัดหมอกกันว่า จะต้องใช้ตอนไหนถึงจะปลอดภัย และควรใช้ตอนไหนถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนน ไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง ไฟตัดหมอกคืออะไร? ไฟตัดหมอก คือ ไฟดวงเล็กที่อยู่ด้านล่างรองลงมาจากไฟหน้ารถ และส่วนใหญ่แล้วเป็นออปชั่นเสริมที่มักจะถูกติดตั้งมากับรถยนต์ ซึ่งสามารถมาติดตั้งเพิ่มเติมทีหลังได้ ไฟตัดหมอกเป็นชุดดวงไฟขนาดเล็กที่สามารถให้กำลังไฟที่สว่าง เพราะหลอดไฟที่ใช้เป็นหลอดขนาด H3 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่อยู่ในสปอตไลท์นั่นเอง ไฟตัดหมอกสำคัญมั้ย? ไฟตัดหมอกนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีประโยชน์อย่างมาก ในขณะขับขี่ท่ามกลางฝนตกหนักหรือขณะที่มีทัศนวิสัยแย่ เช่น หมอกลงจัด โดยไฟตัดหมอกจะะส่องสว่างจ้าและจะกระจายแสงในระนาบแนวกว้างนี้ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้ สำหรับไฟตัดหมอกนั้นจำเป็นที่จะต้องเปิดใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอกหนาจัด เช่น ฤดูหนาวทางภาคเหนือที่มักจะมีหมอกลงจัด หรือในสถานการณ์ที่ต้องขับผ่านควันหนา ๆ เช่น ควันไฟป่า ไฟไหม้หญ้าข้างทาง ซึ่งในโอกาสที่จะใช้นั้นอาจจะใช้ได้น้อย แต่ก็สำคัญในสถานการณ์ฉุกเฉินและจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความสำคัญของไฟตัดหมอกหลัง ไฟตัดหมอกหลังนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเดินทางเมื่อมีหมอกลงหนาจัด การเปิดไฟจะช่วยทำให้มองเห็นว่าหนทางได้สะดวกชัดเจนยิ่งขึ้น หรือเพื่อเช็กว่ามีรถสวนทางมาหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้วไฟตัดหมอกจะถูกติดตั้งไว้ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของตัวรถเท่านั้น และไม่นิยมติดตั้งไว้ทั้งสองฝั่ง เพราะสามารถทำให้ผู้ใช้รถด้านหลังเกิดความสับสนระหว่างไฟตัดหมอกและไฟเบรกได้ โดยตามกฎหมายของหลายประเทศทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบไฟตัดหมอกหลังให้อยู่ห่างจากตำแหน่งของไฟเบรกเพื่อความสะดวกในการแยกแยะด้วยสายตา นั่นจึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์ส่วนใหญ่มีไฟตัดหมอกหลังเพียงข้างเดียว  การทำงานของไฟตัดหมอก ในส่วนของระบบไฟตัดหมอกจะมีความสว่างสูง และเป็นสปอตไลท์ที่ให้แสงสว่างชัดเจน โดยส่องระนาบกับพื้น หรือ ส่องตกพื้นในระยะไกล สามารถส่องได้ไกล มีความสว่างมากในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก หรือ หมอกลงจัด …

ไฟตัดหมอกคืออะไร? ใช้ตอนไหนถึงจะปลอดภัย Read More »

วิธีแก้ไขรอยบุบและรอยขีดข่วนบนรถของคุณ

หากคุณมีรถ คุณคงรู้ดีว่าการมีรอยบุบและรอยขีดข่วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้คุณจะสามารถระมัดระวังรถของคุณได้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่คุณอาจจะต้องขับรถไปในมุมที่คับแคบ, ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์จะมาเฉี่ยวชนรถของคุณ ขณะที่พวกเขาขับผ่านในช่วงที่มีการจราจรติดขัด, รถเข็นสินค้าที่กระจัดกระจาย, รถคันอื่น ๆ ที่พุ่งเข้ามาชนรถของคุณ และ สถานการณ์อื่น ๆ อีกนับพันที่อาจทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือรอยขีดข่วนบนรถของคุณ ดังนั้นหากคุณกำลังอ่านบทความนี้ รถของคุณอาจมีรอยถลอกเล็กน้อยที่คุณต้องการแก้ไข ต่อไปนี้คือวิธีการแก้ไขที่สามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง หรือ DIY บางส่วนที่สามารถทำได้ที่บ้านเพื่อให้รถของคุณดูเนี้ยบ แต่ต้องบอกตามความจริงว่าคุณภาพอาจไม่เนี้ยบเหมือนซ่อมที่อู่ซ่อมรถ ดังนั้นหากรอยขีดข่วนหรือรอยบุบเหล่านี้ดูแย่พอสมควร คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปที่อู่และซ่อมแซมให้เสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับคนที่มีเพียงรอยขนาดเล็กวิธีการแบบ DIY เหล่านี้ก็เห็นผลอย่างแน่นอน วิธีแก้ไขรอยบุบและรอยขีดข่วนแบบ DIY กระดาษทราย หากรอยขีดข่วนอยู่เหนือสีชั้นแรกหรือชั้นที่สองสิ่งที่คุณต้องทำคือใช้กระดาษทรายเปียกเบอร์ 3000 และ น้ำเล็กน้อย ขั้นตอนแรกให้ทำความสะอาดบริเวณนั้นไม่ให้มีสิ่งสกปรกรอบ ๆ ต่อมาหยดน้ำลงบนรอยขีดข่วนแล้วถูด้วยกระดาษทรายเบา ๆ เป็นวงกลม อย่าลืมวางกระดาษทรายทับบล็อกไม้เพื่อให้แรงกระจายอย่างสม่ำเสมอ ทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่ารอยขีดข่วนจะหายไป และ ใช้น้ำยาเคลือบเงาทาทับเพื่อจบงานให้เรียบร้อย ผ้าเช็ดรอยขีดข่วน ผ้าเช็ดรอยขีดข่วนโดยพื้นฐานแล้วเป็นผ้าขัดที่มีผงขัดโลหะขนาดเล็กโรยอยู่ ซึ่งใช้งานได้เหมือนกับกระดาษทราย แต่ยุ่งยากน้อยกว่า และ ใช้งานได้ง่ายกว่า สิ่งที่คุณต้องการคือน้ำ และ ผ้าผืนนี้ที่จะช่วยคุณได้ ยาสีฟัน ทุกครัวเรือนย่อมต้องมียาสีฟันสักหนึ่งหลอดหรือมากกว่านั้นในห้องน้ำ สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อขจัดรอยขีดข่วนบนรถของคุณคือยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่ว และ …

วิธีแก้ไขรอยบุบและรอยขีดข่วนบนรถของคุณ Read More »

เช็คด่วน! สัญญาณเตือนเมื่อผ้าเบรกหมดหรือมีปัญหา

ผ้าเบรกเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของรถยนต์ ใช้ในการช่วยชะลอหรือหยุดความเร็วของรถยนต์  และช่วยทำให้ระบบความปลอดภัยของรถยนต์ทำงานได้เป็นปกติ  ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับผ้าเบรกให้มากขึ้น พร้อมกับวิธีการสังเกตลักษณะของผ้าเบรกเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ เพื่อจะได้ตรวจเช็กเมื่อผ้าเบรกเริ่มเสื่อมสภาพได้ด้วยตนเอง หากผ้าเบรกในรถยนต์ของคุณเริ่มส่งสัญญาณก็ต้องรีบเปลี่ยนทันที ไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอาการอย่างไรบ้าง ส่วนประกอบต่าง ๆ และการทำงานของระบบเบรกรถยนต์ ผ้าเบรกเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของระบบเบรกรถยนต์ โดยในปัจจุบันระบบเบรกที่ใช้งานกันมากที่สุดนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ดิสก์เบรก คือ ระบบเบรกที่อยู่ในรถยนต์ มีหน้าที่ในการชะลอความเร็วลงและหยุดรถได้อย่างปลอดภัย  ซึ่งดิสก์เบรกจะประกอบด้วย จานเบรก, คาลิปเปอร์เบรก และผ้าเบรก หลักการทำงานทุกครั้งจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่เรากดแป้นเบรกน้ำมันไฮดรอลิกในคาลิปเปอร์จะดันผ้าเบรกแต่ละแผ่นเข้าไปที่จานเบรก ทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น ดรัมเบรก คือ ระบบเบรกที่นิยมใช้ในรถยนต์ในรถยนต์ช่วงเริ่มแรก อย่างเช่น รถบรรทุก ส่วนประกอบของดรัมเบรกจะประกอบไปด้วย ผ้าเบรกทรงโค้ง, ก้ามปูเบรก หรือ ฝักเบรก, สปริง และลูกสูบที่ต่อเข้ากับสายเบรก โดยหลักการทำงานนั้นจะเกอดขึ้นทุกครั้งเมื่อเราแตะเบรก ผ้าเบรกด้านในจะถูกแม่ปั๊มดันติดกับด้านในของฝาครอบเบรก ซึ่งฝาครอบเบรกนี้จะยึดติดกับล้อรถยนต์ ทำให้เกิดแรงเฉื่อยช่วยชะลอความเร็ว และสามารถหยุดรถได้ในที่สุด ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อไหร่ ? คราวนี้ก็มาถึงเวลาที่สังเกตผ้าเบรกในรถยนต์ของคุณแล้วว่า เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาในการเปลี่ยนผ้าเบรก โดยสามารถสังเกตได้จากอาการง่าย ๆ ต่อไปนี้  เหยียบเบรกลึกกว่าปกติ เมื่อคุณรู้สึกว่าจะต้องเหยียบเบรกลึกกว่าปกติ หรือต้องเหยียบหลายครั้งถึงจะชะลอ ถ้าหากมีอาการนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน …

เช็คด่วน! สัญญาณเตือนเมื่อผ้าเบรกหมดหรือมีปัญหา Read More »